นิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด

ปกนิทานนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด

ในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดทรงพลังไปกว่าคำพูด คำอวยพรสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ แต่คำสาปเพียงคำเดียวก็อาจเปลี่ยนโชคชะตาทั้งชีวิต ในครอบครัวหนึ่ง มีตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากเยอรมนีโดยเล่าว่ามีเด็กหญิงเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยรู้ว่ามีบางสิ่งขาดหายไปจากชีวิตของนาง จนวันหนึ่ง ความจริงที่ถูกปิดซ่อนไว้ได้เปิดเผย

นำพานางสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ นางต้องเดินทางข้ามพ้นขอบเขตของโลกมนุษย์ ท่ามกลางดวงอาทิตย์ที่แผดเผา พระจันทร์ที่เย็นเยียบ และดวงดาวที่กระซิบคำสัญญา เพียงเพื่อไถ่ถอนบางสิ่งที่สูญหายไปนานแสนนาน กับนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เฝ้ารอคอยลูกสาวมานาน พวกเขามีลูกชายอยู่แล้วเจ็ดคน แต่หัวใจยังโหยหาลูกหญิงที่จะมาเติมเต็มครอบครัว ในที่สุด ภรรยาก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง และเมื่อถึงวันคลอด นางให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อย

แต่เด็กหญิงเกิดมาอ่อนแอและตัวเล็กจนน่ากลัว บิดามารดาหวาดหวั่นว่านางอาจจะไม่รอด จึงรีบเตรียมพิธีล้างบาปให้โดยเร็วที่สุด

บิดาหันไปหาลูกชายคนโตสุด พลางเร่งรัด “รีบไปตักน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเร็วเข้า อย่าให้ชักช้า”

เด็กชายรีบคว้าเหยือกและออกวิ่งไปยังบ่อ พี่น้องอีกหกคนวิ่งตามมาด้วย ต่างก็อยากเป็นคนแรกที่ทำหน้าที่สำคัญนี้ให้กับน้องสาว

แต่ความรีบร้อนกลับกลายเป็นหายนะ เมื่อพวกเขาเบียดเสียดกันจน เหยือกหลุดมือและตกลงไปในบ่อน้ำ

เด็กชายทั้งเจ็ดยืนตัวแข็ง พวกเขาพยายามเอื้อมมือลงไปควานหา แต่ไม่สามารถดึงเหยือกขึ้นมาได้ ไม่มีใครกล้ากลับบ้านไปบอกพ่อแม่

เวลาผ่านไป พ่อรอแล้วรอเล่า เมื่อไม่เห็นลูกชายกลับมา เขาขมวดคิ้วแน่นและเริ่มเดือดดาล

“เจ้าพวกเด็กเหลือขอ มัวแต่เล่นกันจนลืมหน้าที่!” เขาสบถเสียงดัง

ด้วยความร้อนใจที่ลูกสาวอาจสิ้นลมหายใจก่อนจะได้รับศีลบัพติศมา เขาตะโกนออกไปด้วยความโกรธ

“อยากให้พวกเจ้ากลายเป็นอีกาเสียทั้งหมด!”

แทบจะในทันทีเสียงกระพือปีกดังก้องเหนือศีรษะ เขาเงยหน้าขึ้น และต้องตกตะลึงลูกชายทั้งเจ็ดของเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว มีเพียงฝูงอีกาสีดำสนิทเจ็ดตัว บินวนเหนือบ้าน ก่อนจะหายลับไปกับขอบฟ้า

มารดากรีดร้องล้มลงทั้งน้ำตา บิดาหน้าซีดเผือด พวกเขาพยายามถอนคำพูด แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

และแม้ความเศร้าโศกจะกัดกินหัวใจของทั้งคู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรักที่มีต่อลูกสาวก็ช่วยเยียวยาความเจ็บปวด เด็กหญิงเติบโตขึ้นโดยที่พ่อแม่ไม่เคยเอ่ยถึงพี่ชายของนางเลยสักครั้ง

เด็กหญิงเติบโตขึ้นมาเป็นสาวงาม ใบหน้าของนางสดใส แต่ดวงตากลับมีแววเศร้าเสมอ วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังเล่นอยู่ในลานบ้าน เสียงกระซิบของหญิงชราในตลาดทำให้เท้าของนางชะงัก

“นางสวยก็จริง แต่รู้หรือไม่ว่านางคือต้นเหตุที่ทำให้พี่ชายทั้งเจ็ดต้องหายไป?”

หัวใจของเด็กสาวหล่นวูบ นางไม่เคยรู้เลยว่าตนเคยมีพี่ชาย นางวิ่งกลับไปที่บ้าน น้ำตาคลอขณะเผชิญหน้ากับพ่อแม่

“เป็นความจริงหรือไม่ ว่าข้ามีพี่ชาย?” นางถามเสียงสั่น

พ่อแม่มองหน้ากัน ก่อนที่มารดาจะถอนหายใจและดึงนางเข้ามากอด

“ลูกไม่ได้เป็นต้นเหตุ มันเป็นชะตาของสวรรค์” นางพูดเสียงเบา

แต่นั่นไม่ได้ทำให้หัวใจของเด็กสาวรู้สึกดีขึ้นเลย ความคิดเดียวที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจคือข้าต้องช่วยพี่ชายให้ได้

นางตัดสินใจออกเดินทางเพียงลำพัง พ่อแม่พยายามห้าม แต่นางไม่ยอมเปลี่ยนใจ

เมื่อตะวันรุ่งขึ้น นางออกเดินทางไปยังสุดขอบโลก พร้อมของเพียงเล็กน้อยแหวนของพ่อแม่ ขนมปังก้อนหนึ่ง ไหใส่น้ำ และเก้าอี้ตัวเล็กสำหรับพักเมื่อล้า

นางเดินทางผ่านป่าเขา ผ่านทุ่งรกร้าง จนไปถึงสถานที่ที่ไม่มีมนุษย์คนใดเคยไปถึง

นางพบกับพระอาทิตย์แต่กลับต้องวิ่งหนี เพราะมันร้อนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะทนได้

นางเผชิญกับพระจันทร์ แต่ต้องรีบถอยห่าง เพราะมันทั้งหนาวเย็นและน่าหวาดกลัว แถมยังกระซิบเสียงเย็นเยียบว่า“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดมนุษย์”

สุดท้ายนางไปถึงดวงดาว พวกมันใจดีและอบอุ่น พวกมันนั่งเรียงรายบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ดุจราชาแต่ละดวงบนบัลลังก์ของตน

เมื่อดาวรุ่งขึ้น พวกมันมอบกระดูกไก่ ให้นาง พร้อมกระซิบว่า

“หากเจ้าต้องการช่วยพี่ชาย จงนำสิ่งนี้ไปเปิดประตูแห่งภูเขาแก้ว ที่นั่นคือที่คุมขังของพวกเขา”

เด็กหญิงรับของขวัญนั้นไว้ กำมันแน่นราวกับชีวิตขึ้นอยู่กับมัน แล้วมุ่งหน้าสู่ภูเขาแก้วด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด 2

เด็กหญิงเดินทางจนมาถึงภูเขาแก้ว ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันทั้งสูงชันและเรียบลื่นราวกับกระจก ไม่มีบันได ไม่มีช่องทางให้ปีนขึ้นไป ประตูเดียวที่มีคือประตูขนาดมหึมาไร้รูกุญแจ

นางสูดลมหายใจลึก พลางเปิดผ้าห่อของขวัญจากดวงดาว มือของนางควานหากระดูกไก่ที่พวกเขามอบให้

แต่มันหายไป

เด็กหญิงเบิกตากว้าง นางเปิดผ้าดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน หัวใจของนางเต้นรัว พลังเดียวที่สามารถไขประตูได้… ได้หล่นหายไปตามทาง

มือของนางสั่น หัวใจบีบรัดด้วยความสิ้นหวัง แต่นางรู้ดีว่าตนมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ

นางกำมีดในมือแน่น สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะยกมันขึ้น ตัดปลายนิ้วของตนเองออก เลือดไหลหยดลงบนพื้นหินเย็นเยียบ

นิ้วของนางถูกวางลงแทนกระดูกไก่ นางสั่นสะท้านขณะดันมันเข้าไปในร่องประตู

ทันใดนั้นประตูเปิดออก เบื้องหน้าของนางคือปราสาทของอีกาทั้งเจ็ด

ภายในปราสาทมืดสลัว โต๊ะอาหารเรียงรายอยู่กลางห้อง แต่ละที่นั่งมีจานใบเล็กและถ้วยเงินเจ็ดใบ เด็กหญิงเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง นางหิวเหลือเกิน จึงหยิบอาหารจากจานทุกใบขึ้นมากินเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยกถ้วยขึ้นจิบ

จากนั้น นางดึงแหวนของพ่อแม่ ออกมาและทิ้งมันลงไปในถ้วยของพี่ชายคนสุดท้อง

เสียงกระพือปีกดังขึ้นในอากาศ

เสียงลมพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่เสียง ฟุ่บ! จะดังขึ้นเหนือศีรษะของเด็กหญิง

ฝูงอีกาสีดำสนิทเจ็ดตัวร่อนลงสู่พื้น พวกมันเดินเข้าไปที่โต๊ะ นกตัวแรกขยับจาน นกตัวที่สองเหลือบมองน้ำในถ้วย

“ใครกินจากจานของข้า?”

“ใครดื่มจากถ้วยของข้า?”

“เป็นปากมนุษย์แน่ ๆ!”

เมื่อพี่ชายคนสุดท้องยกถ้วยของตนขึ้นมา แหวนวงเล็กกลิ้งลงสู่พื้น

นกทั้งเจ็ดจ้องมองมันตาไม่กะพริบ ก่อนที่นกตัวสุดท้ายจะกระซิบแผ่วเบา

“ขอให้พระเจ้าประทานน้องสาวของเราคืนมา… เราจึงจะเป็นอิสระ”

เด็กหญิงที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังประตู สูดหายใจลึกแล้วก้าวออกมา

“พี่ชายของข้า… ข้าอยู่ที่นี่!”

ทันใดนั้นร่างของอีกาทั้งเจ็ดเปล่งแสงสีทอง ก่อนที่ขนนกสีดำสนิทจะค่อย ๆ จางหาย กลายเป็นชายหนุ่มเจ็ดคนในเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่เมื่อวันจากกัน

ไม่มีคำพูดใด ทุกคนวิ่งเข้ากอดกันแน่น เสียงสะอื้นดังระงมในปราสาทที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกรงขังของพวกเขา

เด็กหญิงพาพี่ชายทั้งเจ็ดกลับบ้าน บิดามารดาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พวกเขากอดลูกทุกคนแน่นด้วยหัวใจที่อัดแน่นไปด้วยความสุข

และนับแต่นั้นมา ครอบครัวของพวกเขาก็ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความรักและความเสียสละสามารถเอาชนะคำสาปได้ เด็กหญิงไม่ได้เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัว แต่เมื่อนางรู้ความจริง นางเลือกที่จะต่อสู้เพื่อแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือเจ็บปวดเพียงใด

โชคชะตาอาจโหดร้าย แต่หัวใจที่แน่วแน่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ พี่ชายทั้งเจ็ดอาจถูกสาปเพราะความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาที แต่เพราะความมุ่งมั่นของน้องสาว คำสาปที่ดูเหมือนไม่มีวันแก้ไขได้ก็ถูกทำลาย

บางครั้งการเสียสละคือหนทางสู่ปาฏิหาริย์ เด็กหญิงต้องสูญเสียบางสิ่งไปเพื่อช่วยพี่ชาย แต่สุดท้ายเธอได้รับสิ่งที่ล้ำค่ากว่าคืนมาครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านเยอรมันเรื่องอีกาทั้งเจ็ด (อังกฤษ: The Seven Ravens) เป็นนิทานพื้นบ้านของเยอรมนีที่ได้รับการบันทึกโดยพี่น้องกริมม์ (Jacob and Wilhelm Grimm) ในศตวรรษที่ 19 และปรากฏอยู่ใน Children’s and Household Tales หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นิทานกริมม์” ฉบับปี 1812 เรื่องราวนี้มีรากฐานมาจากนิทานพื้นบ้านเก่าแก่ของยุโรป และมีโครงเรื่องคล้ายคลึงกับนิทานประเภท “พี่น้องที่ถูกสาป” ซึ่งพบได้ในหลายวัฒนธรรม เช่น “The Six Swans” และ “Brother and Sister”

แม้ว่านิทานเรื่องนี้จะมีลักษณะของนิทานเทพนิยายแฟนตาซี แต่เรื่องราวนี้สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับโชคชะตา คำสาป และการไถ่บาป ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของนิทานในยุคกลาง นิทานลักษณะนี้มักเน้นบทบาทของตัวละครหญิงที่ต้องเดินทางเพื่อช่วยพี่ชาย ซึ่งสะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับ ความเสียสละ ความรักในครอบครัว และความกล้าหาญของหญิงสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

นิทานเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์และเล่าขานมาหลายศตวรรษ และยังคงเป็นหนึ่งในนิทานกริมม์ที่ได้รับความนิยม ด้วยบรรยากาศที่ลึกลับ การเดินทางอันแสนยากลำบากของตัวเอก และบทสรุปที่สะท้อนถึงพลังของความรักและการเสียสละ

“โชคชะตาอาจพรากทุกสิ่งไปจากเรา แต่หัวใจที่ไม่ยอมแพ้จะนำพาทุกสิ่งกลับคืนมา”