นานมาแล้ว มีเรื่องเล่าขานตำนานนิทานพื้นบ้าน ณ ดินแดนอังกฤษ ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีและหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแจ็ค เด็กหนุ่มผู้ไร้โชคอาศัยอยู่กับแม่ของเขาในกระท่อมเก่าซอมซ่อ พวกเขาเคยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ทำให้ต้องดิ้นรนกับความยากจน วันแล้ววันเล่า แจ็คมองดูแม่ของเขาเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก ขณะที่ตัวเขาเองก็ฝันถึงวันที่ชีวิตจะเปลี่ยนไป
แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาจากความฝันเพียงอย่างเดียว มันเกิดขึ้นจากการตัดสินใจที่เสี่ยงและกล้าหาญ บางครั้ง โอกาสก็มาในรูปแบบที่เราไม่คาดคิด และบางครั้ง สิ่งที่ดูไร้ค่าก็อาจกลายเป็นกุญแจสู่ชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่… กับนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องแจ็คกับต้นถั่ววิเศษ

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องแจ็คกับต้นถั่ววิเศษ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีเด็กหนุ่มชื่อแจ็ค อาศัยอยู่กับแม่ของเขาในกระท่อมเก่าทรุดโทรม ทั้งสองแทบไม่มีเงินเหลือ แม้แต่วัวตัวเดียวที่เป็นสมบัติล้ำค่าของพวกเขาก็แทบไม่มีน้ำนมให้รีดแล้ว วันหนึ่ง แม่ของแจ็คตัดสินใจ “แจ็ค ลูกต้องเอาวัวไปขายที่ตลาด แล้วนำเงินกลับมาซื้ออาหาร เราไม่สามารถเลี้ยงมันได้อีกต่อไปแล้ว”
แจ็คออกเดินทางไปยังตลาด แต่ระหว่างทาง เขาได้พบกับชายชราคนหนึ่งที่แต่งตัวแปลกตา ชายคนนั้นจ้องแจ็คแล้วพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “เด็กน้อย เจ้าสนใจแลกวัวตัวนี้กับสิ่งที่วิเศษกว่านั้นไหม?”
“วิเศษกว่านั้น? ท่านหมายถึงอะไร?” แจ็คถามอย่างสงสัย
ชายชราล้วงมือเข้าไปในถุงผ้าและหยิบเมล็ดถั่วกำหนึ่งขึ้นมา “นี่คือเมล็ดถั่ววิเศษ! หากเจ้าปลูกมัน คืนเดียวมันจะเติบโตขึ้นไปถึงฟ้า!”
แจ็คตื่นเต้น แม้มันจะฟังดูเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่เขากลับรู้สึกว่าเมล็ดถั่วนี้มีบางอย่างลึกลับซ่อนอยู่ เขาตัดสินใจแลกวัวกับเมล็ดถั่ว แล้วรีบกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น
แต่เมื่อแม่ของแจ็ครู้เรื่องเข้า เธอโกรธจนหน้าแดง “เจ้าทำอะไรลงไป! เจ้าขายวัวของเราเพื่อเมล็ดถั่วไร้ค่านี่น่ะหรือ?” เธอขว้างถั่วออกไปนอกหน้าต่างด้วยความโมโห ก่อนจะส่งแจ็คเข้านอนโดยไม่ให้กินข้าว
แจ็คนอนมองเพดาน พลางถอนหายใจ “บางทีข้าอาจทำผิดพลาดจริง ๆ” เขาคิดอย่างเสียใจ
แต่แล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่าง เขากลับต้องตกตะลึง
แทนที่จะเป็นลานหน้าบ้านที่ว่างเปล่า ตรงจุดที่แม่ขว้างเมล็ดถั่วเมื่อคืนก่อน ตอนนี้มีต้นถั่วมหึมา สูงเสียดฟ้า! ลำต้นของมันหนาและกิ่งก้านไต่ขึ้นไปจนหายลับไปในก้อนเมฆ
แจ็ครู้สึกได้ถึงพลังลึกลับบางอย่าง เขาตัดสินใจปีนขึ้นไปโดยไม่รีรอ กิ่งของต้นถั่วแข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักของเขา ขณะที่ปีนขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อย ๆ ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า และด้านล่างก็ดูเล็กลงทุกที
หลังจากปีนเป็นเวลานาน ในที่สุดแจ็คก็มาถึงดินแดนเหนือก้อนเมฆ ที่นั่นเป็นทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา และตรงกลางของดินแดนนั้นตั้งอยู่ปราสาทขนาดมหึมา ที่สูงจนเกือบจะแตะฟ้า
แจ็คเดินเข้าไปใกล้ประตูปราสาท ขณะกำลังคิดว่าจะเข้าไปข้างในได้อย่างไร ประตูบานใหญ่กลับเปิดออกเองโดยไม่มีใครแตะต้อง แจ็คก้าวเข้าไปและพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างในปราสาทนี้ใหญ่กว่าปกติถึงสิบเท่า
แต่ก่อนที่เขาจะได้สำรวจให้มากกว่านี้ เสียงกึกก้องดังมาจากปลายทางเดิน
“Fee-fi-fo-fum! ข้าได้กลิ่นมนุษย์!” (เป็นวลีที่ถูกกล่าวโดยยักษ์ในเรื่องทุกครั้งที่มันได้กลิ่นของมนุษย์)
แจ็คตัวสั่นเมื่อเห็นร่างมหึมาของ ยักษ์ตัวใหญ่ ที่เดินเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าดังกึกก้อง!
“Fee-fi-fo-fum! ข้าได้กลิ่นเลือดของมนุษย์!”
เสียงกึกก้องของยักษ์ดังกระหึ่มทั่วโถงปราสาท แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของมันทำให้แจกันใบโตบนโต๊ะสั่นไหว แจ็ครีบหลบอยู่หลังขาโต๊ะไม้ขนาดมหึมา หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียงของมันแข่งกับเสียงยักษ์

“ภรรยา! มีมนุษย์อยู่ที่นี่หรือไม่?” ยักษ์ตะโกนถามหญิงร่างใหญ่ที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว
“ไม่มีหรอกท่านพี่ ท่านคงคิดไปเอง!” หญิงร่างยักษ์ตอบ พลางรีบซ่อนแจ็คไว้ใต้โต๊ะโดยไม่ให้ยักษ์เห็น เธอไม่ได้โหดร้ายเหมือนสามีของเธอ และดูเหมือนว่าเธอจะสงสารเด็กชายตัวเล็กที่หลงเข้ามา
ยักษ์ขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร มันทิ้งตัวลงนั่งจนพื้นสั่นสะเทือน แล้วดึงถุงเหรียญทองขนาดใหญ่ขึ้นมา วางไว้ตรงหน้า จากนั้นมันเทเหรียญทองออกจากถุงและใช้มือขนาดใหญ่กำเหรียญขึ้นมานับทีละเหรียญ
แจ็คกลั้นหายใจขณะเฝ้าดูทุกอย่างจากใต้โต๊ะ “ทองคำพวกนี้คงช่วยให้แม่กับข้าไม่ต้องทนหิวอีกต่อไป…” เขาคิด
ไม่นานนัก ยักษ์เริ่มง่วง มันเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาหนักอึ้งก่อนจะปิดลง เสียงกรนดังก้องไปทั่วปราสาท
แจ็คไม่รอช้า! เขาค่อย ๆ ย่องออกจากที่ซ่อน หยิบถุงเหรียญทอง แล้วรีบวิ่งออกจากห้องโถง ทว่าพื้นหินอ่อนเรียบลื่นทำให้รองเท้าของเขาเกิดเสียงดัง กึก!
ยักษ์ขยับตัว “หืม…?” แจ็คหยุดนิ่ง หัวใจเต้นแรง เขากลั้นหายใจ รอให้ยักษ์หลับลึกอีกครั้ง แล้วจึงรีบวิ่งไปที่ประตู
เมื่อออกจากปราสาทได้ เขาวิ่งไปยังต้นถั่ว รีบไต่ลงมาด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน เมื่อถึงพื้น เขาหัวเราะอย่างโล่งอก พลางตะโกนเรียกแม่ “แม่จ๋า! เราจะไม่ต้องอดอีกต่อไปแล้ว!”
แต่ความโลภของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น…
เมื่อทองคำหมดลง แจ็คตัดสินใจปีนกลับขึ้นไปบนต้นถั่วอีกครั้ง คราวนี้เขามีแผนจะขโมย ไก่วิเศษที่ออกไข่เป็นทองคำ
เมื่อเข้าไปในปราสาท ยักษ์ก็กำลังออกคำสั่งให้ไก่ออกไข่ “ออกมา!” มันสั่ง และไก่วิเศษก็ออกไข่ทองคำขนาดใหญ่ทันที
แจ็คจ้องไก่ตาเป็นประกาย ก่อนจะค่อย ๆ ย่องเข้าไปข้างหลังโต๊ะ แต่ขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปจับไก่ ไก่กลับส่งเสียงร้องเสียงดังลั่น “ก๊อก ๆ ๆ!”
ยักษ์สะดุ้งตื่นทันที ดวงตาสีเหลืองเพลิงของมันจ้องมาที่แจ็ค และใบหน้าของมันเปลี่ยนจากงุนงงเป็นโกรธเกรี้ยว
“เจ้ามนุษย์น้อย! ข้าจะจับเจ้ามาหักกระดูกแล้วบดเป็นขนมปัง!”
แจ็คไม่รอช้า! เขาคว้าไก่ แล้ววิ่งสุดกำลังออกจากปราสาท
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ยักษ์คำราม วิ่งตามเขามาแต่ละก้าวทำให้พื้นสั่นสะเทือน
แจ็ควิ่งไปถึงต้นถั่ว แต่ยักษ์ยังคงไล่ตามมา คราวนี้มันไม่ยอมให้แจ็คหนีไปได้อีกแล้ว มันคว้าต้นถั่วและเริ่มปีนลงมาพร้อมกับเขา!
แจ็คปีนลงไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อเท้าสัมผัสพื้นดิน เขาตะโกนเรียกแม่ “แม่! ขวาน! เร็วเข้า!”
แม่ของเขารีบหยิบขวานแล้วโยนให้ แจ็คคว้ามันไว้และเริ่มฟันต้นถั่ว ฉัวะ! ฉัวะ! ต้นถั่วสั่นไหว รากของมันเริ่มโค่น
ยักษ์กรีดร้องเมื่อเห็นต้นถั่วสั่นคลอน “ไม่นะ!” มันพยายามปีนกลับขึ้นไป แต่สายไปแล้ว
โครม!!!
ต้นถั่วล้มลง ยักษ์ตกลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น และร่างมหึมาของมันก็แน่นิ่งไปตลอดกาล
แจ็คหอบหายใจ มองไปยังร่างของยักษ์ ก่อนจะหันไปหาแม่ “ตอนนี้… เราปลอดภัยแล้ว”
ตั้งแต่นั้นมา แจ็คและแม่ก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายด้วยไก่วิเศษ และแจ็คได้เรียนรู้ว่า ความโลภอาจนำมาซึ่งอันตราย แต่ความกล้าหาญและปัญญาก็สามารถเปลี่ยนโชคชะตาได้เช่นกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความกล้าหาญและไหวพริบสามารถนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ แต่ความโลภอาจทำให้เราต้องเผชิญกับอันตรายที่คาดไม่ถึง แจ็คเริ่มต้นจากความสิ้นหวัง แต่เขาเลือกที่จะเสี่ยงและใช้ปัญญาเอาตัวรอดจากยักษ์ แม้ว่าโชคชะตาจะเข้าข้างเขา แต่ทุกการตัดสินใจย่อมมีผลตามมา หากเขาไม่ควบคุมความโลภ เขาอาจไม่ได้กลับลงมาอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ เรื่องราวยังสะท้อนให้เห็นว่าโอกาสมีอยู่รอบตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะกล้าคว้ามันหรือไม่ เมล็ดถั่ววิเศษอาจดูไร้ค่าในตอนแรก แต่แจ็คเลือกที่จะเชื่อและก้าวออกจากความกลัว สุดท้ายแล้ว คนที่กล้าท้าทายโชคชะตาและรู้จักใช้สติปัญญา ย่อมเป็นผู้ที่สร้างเส้นทางของตัวเองได้อย่างแท้จริง
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านอังกฤษเรื่องแจ็คกับต้นถั่ววิเศษ (หรือแจ็คผู้ฆ่ายักษ์) (อังกฤษ: Jack and the Beanstalk) เป็นนิทานปรัมปราหรือนิทานเทพนิยายต้นกำเนิดมาจากสหราชอาณาจักร ที่มีการเล่าขานมาหลายศตวรรษ เรื่องราวของแจ็ค ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่เอาชนะยักษ์บนเมฆ ได้รับการบันทึกครั้งแรกในศตวรรษที่ 18 และกลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายผ่านฉบับของ Joseph Jacobs ในนิทาน English Fairy Tales ปี ค.ศ. 1890
โครงเรื่องของนิทานเรื่องแจ็คกับต้นถั่ววิเศษในเวลาต่อมา ยังคงดำเนินต่อไปในยุคสมัยใหม่ และได้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นสื่อบันเทิงมากมาย รวมถึงเกมอาร์เคด “Jack the Giantkiller” (แจ็คผู้ฆ่ายักษ์) ที่พัฒนาและเผยแพร่โดย Cinematronics ในปี ค.ศ. 1982 ซึ่งอ้างอิงมาจากนิทานแจ็คกับต้นถั่ววิเศษเวอร์ชันศตวรรษที่ 19
แม้จะถูกตีความในหลายรูปแบบ แต่แก่นแท้ของเรื่องราวยังคงเป็นเรื่องของความกล้าหาญ ไหวพริบ และโชคชะตาที่พลิกผัน ซึ่งทำให้นิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิทานพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน
“โชคชะตาอาจเปิดประตูให้เรา แต่มีเพียงความกล้าหาญและสติปัญญาเท่านั้น ที่จะพาเราเดินผ่านมันไปได้โดยไม่พังทลายลงมาทับตัวเอง”