นิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ปกนิทานนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ในดินแดนอันไกลโพ้น มีผู้คนเล่าขานถึงนิทานพื้นบ้านสากลจากประเทศฝรั่งเศส โดยมีพ่อค้าผู้มั่งคั่งอาศัยอยู่กับลูกสาวสามคน พี่สาวสองคนหลงใหลในความหรูหราและความงามของตัวเอง ส่วนลูกสาวคนสุดท้องชื่อเบลล์ งดงามทั้งรูปลักษณ์และจิตใจ เธออ่อนโยนและมองโลกในแง่ดีเสมอ

แต่เมื่อโชคชะตานำพาความยากลำบากมาสู่ครอบครัว พวกเขาต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และดอกกุหลาบที่ดูเหมือนเป็นเพียงของขวัญเล็กน้อย กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวมหัศจรรย์ที่เกี่ยวพันกับความรัก การเสียสละ และบทเรียนอันลึกซึ้ง… กับนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

เนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับลูกสาวสามคน พี่สาวสองคนโตเป็นคนเอาแต่ใจ หยิ่งทะนง และชื่นชอบชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย แตกต่างจากน้องสาวคนสุดท้องชื่อ เบลล์ ซึ่งงดงามทั้งรูปลักษณ์และจิตใจ เธออ่อนโยน มองโลกในแง่ดี และพอใจในชีวิตที่เรียบง่าย

วันหนึ่ง พ่อค้าประสบปัญหาทางการเงิน เรือสินค้าของเขาหายไปในพายุและกิจการทั้งหมดล้มละลาย ครอบครัวต้องย้ายจากคฤหาสน์ใหญ่โตในเมืองไปอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ ในชนบท พี่สาวสองคนโกรธแค้นและเอาแต่บ่นถึงชีวิตที่ลำบาก ต่างจากเบลล์ที่ช่วยพ่อทำงานบ้านโดยไม่เคยปริปากบ่น

ไม่นานนัก พ่อค้าได้รับข่าวว่าเรือสินค้าลำหนึ่งของเขาอาจรอดจากพายุและนำทรัพย์สินกลับมาได้ เขาจึงเดินทางไปยังเมืองใหญ่เพื่อตรวจสอบ ก่อนออกเดินทาง เขาถามลูกสาวทั้งสามว่าอยากได้ของขวัญอะไรเมื่อเขากลับมา

พี่สาวทั้งสองขอชุดหรูและเครื่องประดับราคาแพง แต่เบลล์ขอเพียงดอกกุหลาบ ดอกหนึ่ง เพราะเธอไม่ได้เห็นกุหลาบมาตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในชนบท

เมื่อพ่อค้าไปถึงเมืองใหญ่ เขาพบว่าเรือสินค้าของเขาถูกยึดไปทั้งหมด การเดินทางครั้งนี้ไร้ผล และเขาก็ไม่มีของขวัญให้ลูกสาวตามที่สัญญาไว้ ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เขาหลงเข้าไปในป่าที่มืดมิดท่ามกลางพายุ เขาพบปราสาทลึกลับตั้งอยู่กลางป่า

ประตูของปราสาทเปิดอยู่ และข้างในมีอาหารและที่พักที่จัดเตรียมไว้อย่างหรูหรา แต่เขาไม่พบใครเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะกำลังจะออกเดินทางต่อ เขาเดินผ่านสวนของปราสาทและเห็นดอกกุหลาบงดงาม เขาจึงเด็ดกุหลาบดอกหนึ่งเพื่อนำไปให้เบลล์

ทันใดนั้นอสูรน่ากลัวเจ้าของปราสาทก็ปรากฏตัวขึ้น อสูรโกรธจัดที่พ่อค้าขโมยกุหลาบของเขา “เจ้าขโมยสมบัติของข้า! เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”

พ่อค้ากลัวจนตัวสั่น เขาขอร้องอสูรให้ไว้ชีวิตและเล่าถึงลูกสาวที่รอคอยดอกกุหลาบของเขา อสูรจึงยื่นข้อเสนอว่า “ถ้าเจ้าต้องการมีชีวิตรอด เจ้าต้องส่งลูกสาวคนหนึ่งของเจ้ามาอยู่ที่ปราสาทของข้าแทน มิฉะนั้นเจ้าจะต้องตาย”

พ่อค้าจำใจรับข้อเสนอและเดินทางกลับบ้าน

เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อค้าเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกสาวฟัง พี่สาวทั้งสองไม่เต็มใจเสียสละตนเอง ต่างจากเบลล์ที่รักพ่ออย่างสุดหัวใจ “พ่อขา ข้ายินดีไปอยู่กับอสูร ข้าไม่อาจยอมให้ท่านต้องตายเพราะข้า”

แม้พ่อค้าจะพยายามห้าม แต่เบลล์ยังคงยืนยันในคำตัดสินใจของเธอ

เบลล์เดินทางไปยังปราสาทลึกลับของอสูร และพบว่าแม้อสูรจะดูน่ากลัว แต่เขากลับไม่ทำร้ายเธอ อสูรดูแลเบลล์เป็นอย่างดี เขาให้เธอใช้ชีวิตอย่างอิสระในปราสาท เธอได้เดินเล่นในสวนและห้องสมุดที่ใหญ่โต

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร 2

ทุกคืน อสูรจะมานั่งกินอาหารเย็นกับเธอและถามเธอว่า “เจ้าจะแต่งงานกับข้าไหม?”

แต่เบลล์ปฏิเสธทุกครั้ง แม้ว่าอสูรจะดูน่าเกรงขาม แต่เธอเริ่มเห็นถึงจิตใจที่อ่อนโยนและเมตตาของเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดี

วันหนึ่ง เบลล์ได้รับข่าวว่าพ่อของเธอล้มป่วยหนัก เธอขออนุญาตอสูรกลับไปเยี่ยมพ่อ อสูรอนุญาต แต่ขอให้เธอสัญญาว่าจะกลับมาภายในหนึ่งสัปดาห์พร้อมบอกว่า “หากเจ้าลืมสัญญา ข้าคงต้องตายเพราะหัวใจข้าแตกสลาย”

เบลล์รับปาก และอสูรมอบแหวนวิเศษให้เธอเพื่อนำทางกลับมาที่ปราสาท

เมื่อเบลล์กลับถึงบ้าน เธอเล่าเรื่องชีวิตในปราสาทให้ครอบครัวฟัง พี่สาวทั้งสองเห็นว่าเบลล์ดูมีความสุขและงดงามยิ่งขึ้น พวกเธออิจฉาและวางแผนทำให้เบลล์กลับไปที่ปราสาทล่าช้ากว่ากำหนด “อยู่กับพ่อก่อนเถิด เจ้าคงไม่อยากจากไปตอนนี้” พี่สาวพูดพร้อมกับเสแสร้งแสดงความห่วงใย

เบลล์หลงเชื่อและอยู่กับพ่อจนลืมวันเวลาที่สัญญาไว้

แต่แล้ว… เมื่อเบลล์กลับถึงปราสาท เธอพบว่าทุกอย่างเงียบสงัดและหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เธอวิ่งไปทั่วปราสาทตามหาอสูร จนในที่สุด เธอพบเขานอนหมดสติอยู่กลางสวนกุหลาบ ร่างของเขาซูบผอมและดูอ่อนแรง

“อสูร! ท่านอย่าทิ้งข้าไป ข้าขอโทษที่กลับมาช้า!” เบลล์ร้องไห้และจับมือเขาไว้แน่น

เสียงอสูรแผ่วเบาราวกระซิบ “เจ้า… เจ้ามาสายเกินไป… ข้าคงไม่อาจอยู่รอเจ้าได้อีกแล้ว…”

“ไม่! ข้ากลับมาแล้ว ท่านต้องไม่ไปไหน ข้ารักท่าน!” เบลล์สะอื้น เธอก้มลงพูดข้างหูเขาอย่างหนักแน่น

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีทองอบอุ่นแผ่กระจายไปทั่วสวน ร่างของอสูรถูกล้อมรอบด้วยแสงนั้น ก่อนที่ขนหยาบกร้านของเขาจะค่อย ๆ หายไป เผยให้เห็นชายหนุ่มผู้สง่างาม

เบลล์มองดูเขาด้วยความตกตะลึง “นี่… ท่าน?”

เจ้าชายลืมตาขึ้นและยิ้มให้เธอ “ใช่ ข้าคืออสูรคนเดิม คำสาปได้ถูกปลดเพราะความรักแท้ของเจ้า”

หลังจากที่เขากลับคืนร่าง เจ้าชายเล่าให้เบลล์ฟังว่าในอดีต เขาคือชายหนุ่มที่หยิ่งทะนงและเย่อหยิ่ง เขาเคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือหญิงชราคนหนึ่งที่มาขอพักพิงในคืนพายุ หญิงชราคนนั้นแท้จริงคือแม่มดที่ปลอมตัวมา

“ความเย่อหยิ่งและความไร้เมตตาของข้าทำให้ข้าถูกสาปให้กลายเป็นอสูร จนกว่าจะมีคนที่มองเห็นหัวใจของข้าแทนรูปลักษณ์ภายนอก และรักข้าในแบบที่ข้าเป็น เจ้าได้ช่วยข้าพ้นจากคำสาปนั้น เบลล์”

เบลล์ยิ้มและพูดว่า “ข้ารักท่าน ไม่ว่าท่านจะเป็นอสูรหรือเจ้าชาย ข้ารักในสิ่งที่ท่านเป็นมาตลอด”

สวนกุหลาบรอบตัวพวกเขากลับมาสดใส ปราสาททั้งหลังเปล่งประกายอีกครั้ง เจ้าชายและเบลล์ครองรักกันอย่างมีความสุข และทั้งคู่เรียนรู้ว่าความรักแท้คือการมองเห็นคุณค่าภายในของกันและกัน

ภาพประกอบนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ความรักแท้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก แต่เกิดจากการมองเห็นคุณค่าภายในของจิตใจ” เบลล์รักอสูรในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เขาดูเหมือน

“การให้อภัยและการเสียสละคือพลังที่เปลี่ยนแปลงชีวิต” เบลล์ยอมเสียสละเพื่อครอบครัว และให้อภัยอสูรโดยไม่ตัดสินเขาจากรูปลักษณ์

“ความเย่อหยิ่งและการไร้เมตตาจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เจ็บปวด” เจ้าชายได้รับบทเรียนจากคำสาปที่ทำให้เขาต้องเผชิญผลจากการกระทำของตนเอง

“การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก ความกล้าหาญ และความเมตตา”

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร (อังกฤษ: Beauty and the Beast) นิทานเรื่องนี้มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศสโดยปรากฏครั้งแรกในงานเขียนของมาดาม กาบริแอล-ซูซาน เดอ วิลล์เนิฟ (Gabrielle-Suzanne de Villeneuve) ในปี ค.ศ. 1740 ในนิยายชื่อ “La Belle et la Bête” เรื่องราวในฉบับนี้ยาวและมีรายละเอียดมากกว่า โดยมีองค์ประกอบของจิตวิทยา ความรัก และการเสียสละ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1756 นิทานเรื่องนี้ถูกย่อและเรียบเรียงใหม่โดยมาดาม ฌานน์-มารี เลอปริ๊นซ์ เดอ โบมงต์ (Jeanne-Marie Leprince de Beaumont) ซึ่งทำให้นิทานเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องราวที่สั้น กระชับ และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นิทานฉบับนี้มุ่งเน้นเรื่องความดีงามภายในและความสำคัญของความรักที่แท้จริง

เรื่องราวนี้สะท้อนคุณค่าในยุคศตวรรษที่ 18 ของฝรั่งเศส ทั้งเรื่องการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก การเสียสละเพื่อครอบครัว และความรักที่มองข้ามความกลัวและอคติ นิทานเรื่องนี้ยังได้รับการดัดแปลงหลายครั้งทั้งในรูปแบบวรรณกรรม บัลเลต์ ละครเวที และภาพยนตร์ โดยเวอร์ชันที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ของดิสนีย์ ซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 เป็นหนึ่งในนิทานพื้นบ้านหรือนิทานเทพนิยายที่มีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องหนึ่งบนโลกใบนี้

“ความรักแท้ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่ตาเห็น แต่คือสิ่งที่หัวใจสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของคนคนหนึ่ง อคติและความเย่อหยิ่งคือคำสาปที่แท้จริง ซึ่งจะถูกปลดปล่อยได้ด้วยความเมตตา การให้อภัย และความรักที่ไม่มีเงื่อนไข”