ในดินแดนอันห่างไกล มีตำนานนิทานพื้นบ้านสากลจากฝรั่งเศสเล่าขานถึงชายผู้มั่งคั่งนามว่า “เคราน้ำเงิน” ผู้คนต่างหวาดกลัวเขา เพราะเคราสีฟ้าเข้มของเขาดูแปลกประหลาดและน่ากลัว และภรรยาของเขาหลายคนก็หายตัวไปอย่างลึกลับโดยไม่มีใครรู้ชะตากรรม
เรื่องราวนี้เริ่มต้นเมื่อเคราน้ำเงินขอแต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้ที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและจิตใจงดงาม ทว่าในพระราชวังที่หรูหราของเขา เธอต้องเผชิญกับความลับที่น่าสะพรึงกลัว และบททดสอบที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล… กับนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องเคราน้ำเงิน

เนื้อเร่องนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องเคราน้ำเงิน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันห่างไกล มีขุนนางผู้มั่งคั่งนามว่าเคราน้ำเงิน ผู้คนต่างหวาดกลัวชายผู้นี้เพราะเคราสีฟ้าที่เข้มและดูแปลกประหลาดยิ่งนัก เสียงลือเล่าว่าเคราน้ำเงินเคยมีภรรยาแล้วถึง 6 คน แต่ละคนล้วนหายตัวไปอย่างลึกลับโดยไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอไปอยู่ที่ใด
แม้เคราน้ำเงินจะเป็นที่หวาดกลัว แต่เขาก็ยังเป็นคนร่ำรวย มีพระราชวังที่หรูหราและสมบัตินับไม่ถ้วน วันหนึ่งเขาไปเยี่ยมครอบครัวหนึ่งที่มีลูกสาว 3 คน เขากล่าวกับพ่อแม่ของพวกเธอด้วยเสียงอันนุ่มนวล
“ลูกสาวคนใดของท่านพร้อมจะแต่งงานกับข้า?”
พี่สาวสองคนปฏิเสธทันที พวกเธอกลัวเคราน้ำเงินอย่างมาก แต่ลูกสาวคนเล็กผู้มีจิตใจงดงามและกล้าหาญรู้สึกว่าเคราน้ำเงินอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด เธอจึงตอบตกลง
“ข้าจะแต่งงานกับท่าน หากท่านมอบชีวิตที่สุขสงบให้แก่ข้า”
เคราน้ำเงินยิ้มด้วยความพอใจ หลังงานแต่งงาน เขาพาภรรยาคนใหม่ไปยังพระราชวังในชนบทของเขา พระราชวังแห่งนี้หรูหราราวกับในนิทาน แต่กลับให้ความรู้สึกเงียบงันและน่าขนลุก
ไม่กี่วันหลังจากแต่งงาน เคราน้ำเงินต้องเดินทางไกล เขามอบกุญแจทั้งหมดของพระราชวังให้ภรรยา
“นี่คือกุญแจของห้องทุกห้องในพระราชวัง เปิดดูได้ทุกที่ แต่ข้ามีกฎข้อเดียว—อย่าเข้าไปในห้องใต้ดินเด็ดขาด” เขามองนางด้วยสายตาที่แฝงความลึกลับ “หากเจ้าไม่เชื่อฟัง ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างสาสม”
หญิงสาวรับกุญแจด้วยความสงสัย แต่ก็พยักหน้ารับคำสั่ง เมื่อเคราน้ำเงินจากไป เธอเชิญพี่สาวน้องสาวของเธอ และเพื่อน ๆ มาที่พระราชวังเพื่อจัดงานเลี้ยง ทั้งหมดต่างชื่นชมสมบัติในพระราชวัง ทุกคนพากันหัวเราะและสนุกสนาน
แต่ในใจของหญิงสาว ความสงสัยค่อย ๆ ก่อตัว
“ห้องใต้ดินที่ห้ามเข้าไป… ทำไมเขาถึงห้ามข้า?” เธอพยายามปัดความคิดนั้นทิ้ง แต่ความอยากรู้กลับเพิ่มขึ้นทุกวัน
ในคืนที่ทุกคนหลับใหล หญิงสาวถือกุญแจและตัดสินใจเปิดประตูห้องใต้ดิน เมื่อเธอไขกุญแจและดันประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นคาวเลือดก็ลอยขึ้นมาทันที
ในห้องนั้น เธอพบ ศพของภรรยาทั้งหกคนก่อนหน้าของเคราน้ำเงิน ถูกแขวนอยู่บนตะขอที่ผนัง พื้นเต็มไปด้วยเลือด เธอหวีดร้องออกมาและทำกุญแจหล่นลงในเลือด
“โอ้ ไม่นะ!” เธอกระซิบพร้อมทั้งหยิบกุญแจขึ้นมาและรีบหนีออกจากห้อง เธอพยายามล้างคราบเลือดออกจากกุญแจ แต่เลือดกลับไม่จางหาย เพราะกุญแจนั้นมีเวทมนตร์ที่เผยความลับของเธอ

วันรุ่งขึ้น เคราน้ำเงินกลับมาถึงพระราชวัง เขามองกุญแจที่เปื้อนเลือด และถามภรรยาของเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าเข้าไปในห้องต้องห้ามใช่หรือไม่?”
เธอพยายามปฏิเสธ แต่เคราน้ำเงินตะคอกกลับด้วยความโกรธ “เจ้ากล้าฝ่าฝืนคำสั่งของข้า! บัดนี้เจ้าจะต้องชดใช้!” เขาหยิบดาบขึ้นมาและเดินเข้าหาเธอ
“ข้าแค่สงสัย… ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งท่าน ได้โปรด!” เธอร้องขอชีวิต
“ไม่มีใครทรยศข้าแล้วมีชีวิตรอด!” เขาคำราม
หญิงสาวขอเวลาอธิษฐานสั้น ๆ ก่อนตาย เธอส่งสัญญาณให้แอนน์ น้องสาวของเธอที่อยู่บนหอคอยเพื่อดูว่าพี่ชายของพวกเธอ กำลังเดินทางมาถึงหรือยัง
“พี่ชายมาถึงหรือยัง แอนน์?” หญิงสาวร้องถาม
“ยังไม่ถึง! แต่ข้ากำลังเห็นฝุ่นคลุ้งอยู่ไกล ๆ!” แอนน์ตอบ
เคราน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ขณะที่เธอพยายามถ่วงเวลา
“อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว!” แอนน์ตะโกน และในที่สุด พี่ชายสองคนของหญิงสาวก็มาถึง พวกเขาพุ่งเข้าไปช่วยเธอทันเวลา และต่อสู้กับเคราน้ำเงินจนสามารถเอาชนะเขาได้
หลังจากเคราน้ำเงินตาย หญิงสาวได้รับมรดกทั้งหมดของเขา รวมถึงพระราชวังที่หรูหรา เธอจัดการฝังศพของภรรยาคนก่อนอย่างเหมาะสม และแบ่งสมบัติให้กับพี่น้องของเธอ
ในที่สุด เธอได้แต่งงานใหม่กับชายผู้มีจิตใจดี และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข โดยไม่มีเงามืดจากอดีตตามหลอกหลอนอีกต่อไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้ร้ว่า…
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความอยากรู้อยากเห็นควรอยู่ภายใต้ขอบเขตของเหตุผล เพราะการฝ่าฝืนคำเตือนอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้าย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึง ความสำคัญของความกล้าหาญและการพึ่งพาครอบครัวในยามวิกฤต ซึ่งช่วยให้ตัวละครเอกสามารถรอดพ้นจากอันตรายและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ความร่วมมือและความรักจากครอบครัว คือพลังที่สามารถเอาชนะความมืดมนในชีวิตได้เสมอ
ที่มาของนิทานเรื่องนี้
นิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสเรื่องเคราน้ำเงิน (อังกฤษ: Bluebeard) เป็นนิทานพื้นบ้านฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง โดยเวอร์ชันที่เป็นที่รู้จักที่สุดถูกเขียนโดย ชาร์ลส์ แปร์โรลต์ (Charles Perrault) และตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1697 แม้กระทั่งคำกริยา “bluebearding” ก็ได้ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบาย อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าหญิงหลายคน หรือหลอกลวงหญิงหลายคนและทอดทิ้งพวกเธอ
แม้ว่าตัวละครเคราสีน้ำเงินจะโด่งดังในนิทานพื้นบ้าน แต่ดูเหมือนว่าตัวละครนี้มาจากตำนานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในประวัติศาสตร์ในบริตตานี แหล่งข้อมูลหนึ่งเชื่อกันว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ถูกตัดสินจำคุกในศตวรรษที่ 15 ชื่อ Gilles de Rais ขุนนางที่ต่อสู้เคียงข้างกับ Joan of Arc และได้เป็นทั้งจอมพลของฝรั่งเศสและผู้พิทักษ์อย่างเป็นทางการของเธอ จากนั้นก็ถูกแขวนคอและเผาในฐานะแม่มดฆาตกร อย่างไรก็ตาม Gilles de Rais ไม่ได้ฆ่าภรรยาของเขา และไม่มีการพบศพบนที่ดินของเขาด้วย และอาชญากรรมที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเด็กอย่างโหดร้ายและเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศมากกว่าผู้หญิง
ผลร้ายแรงจากความอยากรู้อยากเห็นของผู้หญิงเป็นหัวข้อของเรื่องเล่าและตำนานมาช้านาน แพนโดร่าและไซคีเป็นตัวอย่างของผู้หญิงในเรื่องราวในตำนานที่ความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาส่งผลร้ายแรง เมื่อมอบกุญแจปราสาทให้กับภรรยาของเขา บลูเบียร์ดก็แสดงเป็นงูแห่งสวรรค์ในพระคัมภีร์ และด้วยเหตุนี้จึงเป็นปีศาจ และภรรยาของเขาก็แสดงเป็นเหยื่อที่ถูกงูจ้องมอง
ความอยากรู้อยากเห็นอาจนำไปสู่ภัยอันตราย แต่ความกล้าหาญและความช่วยเหลือจากครอบครัวจะช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคได้เสมอ