นิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา

ปกนิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา

บนโลกนี้ ความขัดแย้งมักเกิดขึ้นจากต้นเหตุเล็ก ๆ ที่ถูกละเลยและปล่อยให้ลุกลาม บ่อยครั้ง มันไม่ได้เริ่มจากความเกลียดชัง แต่จากความโอหังและความทะนงตนของมนุษย์ เมื่อใดที่ผู้คนเชื่อว่าตนเองยิ่งใหญ่ ไม่อาจพ่ายแพ้ ไม่ยอมรับความผิดพลาด เมื่อนั้นเมล็ดพันธุ์แห่งสงครามก็ถูกหว่านลงในจิตใจ

และเมื่อความโอหังเริ่มหยั่งรากสงครามจะค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา พร้อมจะเปลี่ยนความหลงตัวเองให้กลายเป็นการทำลายล้าง เรื่องราวของเทพสององค์ที่ถูกผูกพันกันด้วยโชคชะตา จะเป็นเครื่องเตือนใจว่าความโอหังและสงครามนั้นไม่เคยแยกจากกัน และเมื่อใดที่มนุษย์ปล่อยให้ความหลงตนครอบงำ เมื่อนั้นพวกเขาก็กำลังเรียกหาความหายนะโดยไม่รู้ตัว กับนิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา

ภาพประกอบนิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา

เนื้อเรื่องนิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคสมัยที่เหล่าเทพเจ้าปกครองฟ้าและดิน มีธรรมเนียมหนึ่งที่สืบทอดมายาวนาน นั่นคือพิธีวิวาห์ของเหล่าเทพ เมื่อถึงเวลาที่เทพเจ้าทั้งหลายจะต้องเลือกคู่ครอง พวกเขาจะทำพิธีสมรสและสร้างพันธะอันมั่นคง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทั้งโลก

วันหนึ่ง พิธีวิวาห์อันยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้น เทพเจ้าแต่ละองค์ต่างจับคู่กันไปทีละองค์ เทพีแห่งความงามได้แต่งงานกับเทพแห่งแสงสว่าง เทพแห่งสติปัญญาได้คู่กับเทพีแห่งสัจธรรม แต่เมื่อพิธีดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย ทุกองค์ล้วนมีคู่แล้ว… ยกเว้นเทพองค์หนึ่ง

“สงคราม” (War) เทพแห่งการต่อสู้ ความขัดแย้ง และการทำลายล้าง

สงครามยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าเทพเจ้าที่จับคู่กันแล้วเขายังคงไร้คู่ครอง ไม่มีเทพีองค์ใดต้องการเขา เพราะเขานำพาแต่ความโกลาหล ความทุกข์ และการสูญเสีย

เขาหันไปมองรอบตัว และเห็นว่ามีเทพีอีกองค์หนึ่งที่ยังไม่ได้เลือกคู่เช่นกัน

เทพีองค์นั้นเดินเข้ามาใกล้ เธอคือ “ฮิวบริส” (Hubris) เทพีแห่งความโอหัง ทะนงตน และความหลงตัวเอง

ไม่มีผู้ใดต้องการเธอ เช่นเดียวกับสงคราม

เธอเป็นเทพีที่ไม่มีใครอยากอยู่เคียงข้าง เพราะเธอทำให้ผู้คนหลงระเริงไปกับความหยิ่งทะนง พวกเขาเชื่อว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่าใคร มองข้ามความผิดพลาดของตนเอง และเชื่อว่าตนไม่มีวันพ่ายแพ้

และเพราะไม่มีใครเหลือให้เลือก สงครามจึงต้องแต่งงานกับฮิวบริส

ว่ากันว่า นับตั้งแต่วันนั้น สงครามรักฮิวบริสอย่างบ้าคลั่ง

เขาติดตามเธอไปทุกที่

หากเธอไปเยือนเมืองใด เมืองนั้นจะเต็มไปด้วยผู้ปกครองที่หยิ่งยโส พวกเขาเชื่อว่าตนเองอยู่เหนือทุกสิ่ง เชื่อว่าคำพูดของตนคือความจริงแท้ ไม่มีผู้ใดสามารถโต้แย้งได้

หากเธอไปเยือนประชาชน พวกเขาจะเริ่มดูถูกซึ่งกันและกัน แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงความเหนือกว่า ใครก็ตามที่ถูกมองว่าด้อยกว่า จะถูกเหยียบย่ำ พวกเขาไม่สนใจความสามัคคี เพราะเชื่อว่าตนเองสำคัญที่สุด

และเมื่อใดที่ฮิวบริสเข้าครอบงำจิตใจของมนุษย์เมื่อนั้น เทพแห่งสงครามก็จะตามมาเสมอ

คืนหนึ่ง สงครามและฮิวบริสนั่งอยู่บนยอดเขา พวกเขามองลงไปยังเมืองเบื้องล่าง ที่นั่นเต็มไปด้วยเสียงถกเถียง การแบ่งแยก และการดูถูกเหยียดหยามกัน

ภาพประกอบนิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา 2

“ข้ามีความสุขเหลือเกิน” ฮิวบริสกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ดูสิ พวกเขาเชื่อว่าตนเองยิ่งใหญ่ ไม่มีใครยอมลดศักดิ์ศรีของตนเองลง นี่คือโลกที่ข้าปรารถนา”

สงครามมองดูเมืองนั้นด้วยแววตาสงบนิ่ง “เจ้าเป็นสาเหตุของทุกสิ่ง เจ้าเพียงเดินเข้าไปกระซิบข้างหูพวกเขา พวกเขาก็เริ่มทะเลาะกันเอง”

“แล้วมันผิดตรงไหนหรือ?” ฮิวบริสหัวเราะ “ข้าไม่ได้จับดาบ ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเขาสู้รบกัน พวกเขาเลือกเองต่างหาก”

เทพแห่งสงครามนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเบา “แต่มันเป็นเพราะเจ้าเสมอ…”

ฮิวบริสหันไปสบตาเขา “แล้วเจ้าล่ะ สงคราม? เจ้าติดตามข้าไปทุกที่ เจ้าจะโทษข้าหรือ ในเมื่อเจ้าเลือกเดินตามข้ามาเอง?”

สงครามกำมือแน่น “ข้าไม่มีทางเลือก…”

“แน่นอนว่าไม่มี” ฮิวบริสกล่าวพร้อมยิ้มเยาะ “เพราะเจ้ากับข้าเป็นของคู่กัน ตราบใดที่มีข้าอยู่ เจ้าก็ต้องตามข้ามาเสมอ”

ว่ากันว่าสงครามและฮิวบริสไม่เคยแยกจากกัน

หากเมืองใดมีผู้ปกครองที่โอหัง มั่นใจว่าตนเองไร้เทียมทาน เมืองนั้นก็จะเตรียมกองทัพเพื่อทำสงคราม

หากผู้คนในประเทศใดมองข้ามความผิดพลาดของตนเอง หลงระเริงในอำนาจ ประเทศนั้นจะก้าวเข้าสู่ความพินาศในไม่ช้า

และเมื่อนั้น เสียงกลองรบจะดังขึ้น ธงรบจะถูกชูสูง ดาบจะถูกชักออกจากฝัก สงครามจะเข้ายึดครองทุกสิ่ง

จงอย่าให้ความโอหังและความทะนงตนเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนหรือประเทศชาติ

เพราะเมื่อใดที่พวกเขาหลงระเริงในอำนาจ เมื่อใดที่พวกเขาเชื่อว่าตนเองอยู่เหนือทุกสิ่ง และไม่ยอมรับผิด เมื่อใดที่พวกเขาตกอยู่ภายใต้เสน่ห์ของฮิวบริส

เมื่อนั้น เทพแห่งสงครามจะตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ภาพประกอบนิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา 3

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ความโอหังเป็นต้นเหตุของสงคราม ตราบใดที่มนุษย์ยังปล่อยให้ความหลงตนเองครอบงำ ความขัดแย้งและความพินาศก็จะไม่มีวันหมดไป”

สงครามไม่เคยเกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุ มันถูกจุดชนวนโดยความทะนงตน ความไม่รู้จักพอ และการไม่ยอมรับผิดของมนุษย์ เมื่อใดที่ผู้คนหรือประเทศชาติหลงใหลในอำนาจ เชื่อว่าตนอยู่เหนือทุกสิ่ง และไม่สนใจเหตุผลของผู้อื่น เมื่อนั้นสงครามก็จะตามมาเสมอ

เช่นเดียวกับชีวิตจริง ความขัดแย้งมักเกิดจากการที่ไม่มีใครยอมก้มหัวให้กัน เมื่อไม่มีใครยอมลดศักดิ์ศรี ไม่มีใครยอมรับว่าตนเองอาจผิด ความขัดแย้งก็จะลุกลาม และในที่สุดก็อาจนำไปสู่การทำลายล้าง

“หากมนุษย์สามารถละทิ้งความโอหังและเรียนรู้ที่จะถ่อมตน สงครามก็อาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น”

ที่มาของนิทานเรื่องนี้

นิทานอีสปเรื่องเทพแห่งสงครามกับเจ้าสาวของเขา (อังกฤษ: War and his Bride) เป็นหนึ่งในนิทานอีสปซึ่งถูกเล่าโดยบาบริอุส (Babrius) นิทานเรื่องนี้ถูกจัดลำดับอยู่ใน Perry Index ลำดับที่ 367 (Perry Index คือดัชนีการจัดหมวดหมู่ของนิทานอีสปที่รวบรวมและจัดลำดับโดย Ben Edwin Perry เพื่อใช้ในการศึกษาและอ้างอิงนิทานอีสปอย่างเป็นระบบ) เล่าถึงเทพแห่งสงครามที่ได้แต่งงานกับ “ฮิวบริส” (Hubris – ความโอหังอันบ้าคลั่ง) เป็นภรรยา ทั้งคู่กลายเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ดังนั้น บาบริอุสเตือนว่า “อย่าให้ความโอหังเข้าครอบงำประชาชาติหรือเมืองใด เพราะหากฝูงชนพากันหลงใหลในนาง สงครามจะตามมาติด ๆ”

ดังนั้นจงอย่าให้ความหยิ่งทะนงและความประมาทเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนหรือประเทศชาติ เพราะเมื่อใดที่มันมาเยี่ยมเยือนพร้อมรอยยิ้มต่อฝูงชน สงครามจะตามมาในไม่ช้า